Make your own free website on Tripod.com

ซื้อเครื่องวิทยุคมนาคมอย่างไร ?จึงจะปลอดภัย

หากท่านประสงค์จะซื้อเครื่องวิทยุคมนาคม จะต้องระวังและพิจารณาให้ดี เครื่องวิทยุคมนาคมที่ท่านซื้อแล้วปลอดภัย จะต้องเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ

1.นำเข้ามาในราชอาณาจักรถูกต้อง

2.ได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม

3.เสียภาษีถูกต้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ตัวเครื่องวิทยุคมนาคมจะต้องมีเลขทะเบียนของกรมไปรษณีย์โทรเลขกำกับตัวอย่างเช่น ปท.123456/38 ทั้งนี้สามารถตรวจสอบเลขทะเบียนดังกล่าวจากกรมไปรษณีย์โทรเลขได้ ต้องมีใบกำกับการเสียภาษีให้ตรวจสอบได้ หรือเป็นเครื่องที่ได้รับอนุญาตให้ทำขึ้นในราชอาณาจักรโดยถูกต้อง

4.ผู้ขายต้องได้รับใบอนุญาตให้ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม

5.ต้องได้รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมหรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมแล้วเท่านั้น ผู้ซื้อจึงจะมีสิทธิ์มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมนั้นได้

ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมอย่างไร จึงจะถูกต้องตาม พรบ.วิทยุคมนาคมฯ

  1. กรณีการทำ มี ใช้ ค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม นำเข้าในราชอาณาจักรและนำออกนอกราชอาณาจักรซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม การกระทำหน้าที่พนักงานวิทยุคมนาคม และการรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา ต้องได้รับใบอนุญาตก่อน (มาตรา 6, 7, 8, 11 วรรคแรก 23, 25 แห่งพรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
  2. ต้องใช้ความถี่วิทยุ ตามที่อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขกำหนด (มาตรา 11 วรรค 3, 23 แห่ง พรบ. วิทยุคมนาคมฯ)
  3. ต้องไม่กระทำให้เกิดการรบกวนหรือขัดขวาง ต่อการวิทยุคมนาคม (มาตรา 15, 26, 27 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
  4. ต้องไม่ส่งหรือจัดให้ส่งข้อความอันเป็นเท็จ หรือที่มิได้รับอนุญาตจาก พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน (มาตรา 16, 23 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
  5. ต้องไม่ดำเนินการบริการวิทยุคมนาคมนอกเหนือจากที่ระบุในใบอนุญาตหรือ นอกเหนือจากงานราชการของกระทรวง ทบวง กรม (มาตรา 12, 24 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)
  6. ต้องไม่ดักรับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งข่าววิทยุคมนาคมที่มิได้มุ่งหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือประชาชน (มาตรา 17, 25 แห่ง พรบ.วิทยุคมนาคมฯ)

การกระทำดังต่อไปนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนเท่านั้นจึงจะกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

  1. การทำเครื่องวิทยุคมนาคม (หมายความรวมถึงการประกอบขึ้น การแปรสภาพ (เปิดแบนด์) การกลับสร้างใหม่)
  2. การมีเครื่องวิทยุคมนาคม
  3. การใช้เครื่องวิทยุคมนาคม (ใช้ความถี่วิทยุที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น)
  4. การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)
  5. การนำเข้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมนอกราชอาณาจักร
  6. การนำออกซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมนอกราชอาณาจักร
  7. การค้าเครื่องวิทยุคมนาคม (หมายความรวมถึงการซ่อมเครื่องวิทยุคมนาคมด้วย)
  8. การกระทำหน้าที่พนักงานวิทยุคมนาคมประจำเรือ หรือพนักงานวิทยุสมัครเล่น
  9. การรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา

เครื่องวิทยุคมนาคมอะไรบ้างที่ท่านใช้ได้โดยไม่ต้องได้รับใบอนุญาต

เครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาตให้ทำ มี ใช้ นำเข้าในราชอาณาจักร นำออกนอกราชอาณาจักร หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม มีดังต่อไปนี้ :-

  1. ไมโครโฟนไร้สาย กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 33 -50 MHz, 88 - 108 MHz, 165 - 210 MHz และ 470 - 490 MHz
  2. โทรศัพท์ไร้สาย กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 1.6 - 1.8 MHz, 30 - 50 MHz, และ 54 -74 MHz
  3. วิทยุบังคับสิ่งประดิษฐ์จำลอง กำลังส่งไม่เกิน 100 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz
  4. วิทยุบังคับการทำงานระยะไกล กำลังส่งไม่เกิน 100 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz และกำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 300 - 500 MHz
  5. เครื่องรับ-ส่งวิทยุ ซีบี (Citizen Band) กำลังส่งไม่เกิน 100 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz
  6. เครื่องรับ-ส่งวิทยุของระบบสัญญาณเตือนภัยภายในบริเวณเฉพาะ กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 300 - 500 MHz
  7. เครื่องรับ-ส่งวิทยุที่ใช้กับเครื่องมือทางการแพทย์ กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 300 - 500 MHz
  8. เครื่องมือวัดทางอิเล็คทรอนิกส์และโทรคมนาคม (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498)

เครื่องวิทยุคมนาคมที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับใบอนุญาต ให้มี ใช้ หรือ นำออกนอกราชอาณาจักร

  1. เครื่องรับ-ส่งวิทยุลูกข่ายที่ใช้บริการโทรคมนาคมสาธารณะ ซึ่งใช้สถานีกลางร่วมกันตัวอย่างเช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบรวงผึ้ง (Cellular) วิทยุติดตามตัว (Radio Paging)
  2. เครื่องรับ-ส่งวิทยุ ซีบี (Citizen Band) กำลังส่งสูงกว่า 100 mW แต่ไม่เกิน 500 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 27.405 MHz
  3. เครื่องส่งสัญญาณจากเครื่องเล่นวีดีโอ กำลังส่งไม่เกิน 10 mW ความถี่ใช้งาน 510 - 790 MHz
  4. อุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม (TVRO) เพื่อการรับชมโดยเฉพาะ ซึ่งมิได้มีการนำสัญญาณไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
  5. อุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์บอกรับเป็นสมาชิก
  6. วิทยุบังคับสิ่งประดิษฐ์จำลอง กำลังส่งสูงกว่า 100 mW แต่ไม่เกิน 500 mW ความถี่ใช้งาน 26.965 - 25.405 MHz (ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498)
  7. ข้อสังเกต เครื่องวิทยุคมนาคมเหล่านี้ยังคงต้องได้รับใบอนุญาตในการดำเนินการ นำเข้า มาในราช อาณาจักร การค้า และ การตั้ง สถานีวิทยุคมนาคม (ข้อยกเว้น การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม ตามข้อ 1, 4, 5 ไม่ต้องได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม)

การดัดแปลงเครื่องวิทยุคมนาคมเป็นความผิด

เครื่องวิทยุคมนาคมที่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงในส่วนซึ่งเป็นสาระสำคัญเป็นการแปรสภาพเครื่องวิทยุคมนาคม ถือเป็นการ "ทำ" เครื่องวิทยุคมนาคม เช่นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงความถี่วิทยุ หรือ "เปิดแบนด์" การแก้ไขภาคกำลังส่งให้มีกำลังส่งสูงขึ้ หากไม่ได้รับใบอนุญาต จะเป็นความผิดฐานทำเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ตามมาตรา 23


จะใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถูกต้องจะต้องใช้ความถี่วิทยุให้ถูกต้องด้วย

การใช้เครื่องวิทยุคมนาคมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เพียงคุณมีเครื่องวิทยุคมนาคมอย่างถูกต้อง และใช้เครื่องวิทยุคมนาคม หรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้นหากแต่คุณจะต้องใช้ความถี่วิทยุอย่างถูกต้องโดยจะต้องใช้กำลังส่งไม่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาตด้วย

  1. ถ้าคุณเป็นพนักงานวิทยุสมัครเล่น คุณจะใช้เครื่องวิทยุคมนาคมได้เฉพาะในย่านความถี่วิทยุ ตามที่ระบุไว้ในระเบียบคณะกรรมการประสานงานการจัดและบริหารความถี่วิทยุแห่งชาติว่าด้วยกิจการวิทยุสมัครเล่น พ.ศ. 2530 เท่านั้น
  2. ถ้าคุณเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือเอกชน คุณจะต้องใช้ความถี่วิทยุตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

การบริหารความถี่วิทยุสำคัญไฉน?

1.ก็เพราะว่าคลื่นวิทยุเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัด ไม่เหมือนกับทรัพยากรชนิดอื่น ๆ เช่น สินแร่ น้ำ ป่าไม้ หรือน้ำมัน ฯลฯ

2.ทรัพยากรอื่น ๆ มีสิทธิ์ถูกยึดครองเป็นเจ้าของได้ แต่คลื่นวิทยุนั้นทุกประเทศในโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศเล็ก ต่างก็มีกรรมสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของคลื่นวิทยุร่วมกัน และโดยเท่าเทียมกัน

3.ทรัพยากรอื่นเมื่อถูกบริโภคแล้วจะหมดสิ้นไป หรือเปลี่ยนคุณสมบัติ แต่คลื่นวิทยุไม่ใช่เป็นการบริโภค แต่เป็นการใช้คลื่นวิทยุดดยการปรับความสัมพันธ์คุณสมบัติของคลื่นวิทยุทางด้านความถี่ เวลา และระยะทาง เพื่อนำความถี่วิทยุที่ถูกใช้แล้วมาใช้ใหม่ได้อีกโดยมิให้สูญเสียโอกาส

4.คลื่นวิทยุจึงเป็นทรัพยากรสาธารณะ เป็นทรัพยากรของโลก คลื่นวิทยุไม่พรมแดนและเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การใช้คลื่นวิทยุจึงต้องใช้ร่วมกัน (Share) โดยต้องมีการประสานงานกันภายใต้กฎระเบียบและข้อตกลงทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ

5.ด้วยเหตุนี้รัฐ (โดยกรมไปรษณีย์โทรเลข) จึงต้องเข้ามาทำหน้าที่ดำเนินการบริหารความถี่วิทยุ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และของสาธารณชนโดยส่วนรวมโดยการวงกฎ ระเบียบและข้อบังคับทางด้านการบริหารทั่วไปและทางด้านมาตรฐานทางเทคนิคในการใช้ความถี่วิทยุให้เป็นไปอย่างมีเหตุมีผล ประหยัดและมีประสิทธิภาพ โดยคลื่นวิทยุปราศจากรบกวนอย่างรุนแรงซึ่งกันและกัน